ตรงข้ามอย่างลงตัว - Indexlivingmall

ตรงข้ามอย่างลงตัว

เคยสังเกตุไหมว่าห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่ดูสดใสและมีรสนิยมนั้นบางครั้งไม่ได้เกิดจากการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋และเลือกตกแต่งด้วยสไตล์ใดสไตล์หนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว การจับคู่ด้วยสิ่งที่ตรงกันข้ามหรือสิ่งที่ไม่น่าไปด้วยกันได้กันก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การตกแต่งห้องดูโดดเด่นแต่ลงตัวได้เหมือนกัน แต่สำหรับมือใหม่เรื่องนี้คงจะทำให้สับสนเวลาเลือกซื้อของตกแต่งได้ไม่น้อย วันนี้เรามาดูขั้นตอนจับคู่ตรงข้ามให้ลงตัวเพื่อเช็คลิสต์การช้อปปิ้งอย่างมีประสิทธิภาพในครั้งต่อไปกันดีกว่า


รู้จักสี

การรู้จักโทนสีนั้นจำเป็นมากในการเลือกจับคู่ได้ถูกต้อง โดยปกติเราแบ่งสีออกเป็น 2 โทนคือ สีโทนร้อนและโทนเย็น สีโทนเย็นนั้นได้แก่ สีดำ น้ำเงิน สีม่วงน้ำเงิน เขียวแก่ เขียวอ่อน เขียวอ่อน และเหลืองเขียว ส่วนสีโทนร้อนนั้นก็จะมีสีเหลือง สีส้มเหลือง สีส้ม สีแดง และสีม่วงแดง ส่วนสีกลางก็มีอย่างสีดำ สีขาว และสีน้ำตาล สีเทา ที่เกิดจากการผสมสีตรงข้ามในอัตราส่วนที่เท่ากัน


เลือกสีหลักให้ถูกต้อง

เรื่องสีเป็นเรื่องแรกที่เรามักจะสับสนในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างแรก เพราะบางครั้งคุณคิดสีที่ชอบเอาไว้อย่างหนึ่งแต่เฟอร์นิเจอร์ในท้องตลาดออกแบบสีมาอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มแมตช์สี อย่างแรกควรจะเลือกโทนสีหลักๆ ที่อยากจะให้ปรากฎในห้องสัก 3 ส่วน 4 หรือสัก 70% ของห้องก่อน หลักการเลือกสีโทนหลักนั้นไม่ยาก โดยรวมมักจะเป็นสีโทนเย็น ให้ดูว่าคุณชอบโทนสีไหน สไตล์ไหน หรือฝาผนังของคุณโดยรวมเป็นสีอะไร เช่น คุณชอบสไตล์โมเดิร์นก็อาจจะเลือกโทนสีหลักเป็น ขาว เทา ดำ น้ำเงิน หรือคุณชอบแนววินเทจ ก็อาจจะเลือกโทนสี ดำ น้ำตาล ชอบแนวหวานเลือกโทน ขาว ครีม พาสเทล ชอบแนวธรรมชาติเลือกสี น้ำตาล เบจ เป็นต้น


เติมสีคู่ตรงข้าม

ความเป็นจริงแล้วคู่สีตรงข้ามมีหลักการสังเกตง่ายๆ คือดูแล้วตัดกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ขาว-ดำ น้ำเงิน-แดง เหลือง-น้ำเงิน ส้ม-ดำ ความจริงเราไม่ต้องอิงเรื่องของการแมตช์สีโทนร้อนกับโทนเย็นขนาดนั้น แค่เอาตามความรู้สึกชอบก็พอ เทคนิคคือลองเติมชิ้นสีตรงข้ามเข้าไปทีละนิดๆ โดยอย่างให้มากเกิน 30% ของพื้นที่ห้อง ลองดูสีที่น่าสนใจต่อไปนี้สิ!


- สีส้ม เป็นคู่สีที่ให้ความรู้สึกโมเดิร์นทันสมัย พยายามให้โทนสีของเฟอร์นิเจอร์หลักๆ เป็นขาว เทา ดำ และเติมสีส้มเข้าไปสัก 1 ส่วน จะเพิ่มความสดชื่นให้ห้องนั่งเล่นได้ดี อาจผสมด้วยสีตรงข้ามสีส้มอีกนิดเช่น สีคราม เป็นต้น



- สีเหลือง เข้ากันได้ดีมากกับโทนสีดำ เพราะสีเหลืองจะขับสีดำให้ดูเด่น อาจใช้โทนสีน้ำเงินเข้มเพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อย จะให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัยในคราวเดียว


- สีแดง เป็นโทนสีที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากในการตกแต่ง จึงอยากแนะนำให้ใช้โทนสีแดงที่ไม่สดจนเกินไปมากกว่าสำหรับมือใหม่ สีแดงเป็นโทนสีที่ทำให้สะดุดตาได้มากจึงไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ ลองโซฟาบุผ้ากำมะหยี่สักตัวและที่เหลือเป็นของประดับตกแต่งชิ้นเล็กๆ อย่างกรอบรูป หรือโคมไฟ



- สีส้ม เขียว เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนที่ให้ความสดใส เลือกในสัดส่วนที่พอดีกันจะให้ความรู้สึกสนุกสนาน


- สีม่วงกับสีแดง หรือ น้ำเงินกับแดง ใครที่ชอบแต่งบ้านสไตล์เอเชีย ถ้าจะแมตช์ด้วยสีแดงอย่างเดียวก็ดูจะน่าเบื่อไป ลองเติมสีม่วงและสีเหลืองมัสตาดเข้าไปด้วยจะดูวินเทจและเท่มาก ที่สำคัญสามารถนำของสะสมต่างๆ มาประดับได้อย่างเข้ากัน


- สีส้ม ชมพู เมื่อจับคู่กันแล้วจะให้ความรู้สึกหวานอมเปรี้ยว เหมาะกับสไตล์สาวๆ ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการตกแต่ง โทนหลังของห้องควรจะเป็นขาว เทาไว้ก่อนจะดูไม่ค่อยเชย


- สีชมพู เทา โทนสีนี้ให้ความอบอุ่น หวาน และคลาสสิคไปในตัว ไม่ทำให้ห้องดูรก เหมาะกับห้องนั่งเล่นอย่างคอนโดสมัยใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด


- สีส้ม ฟ้า เป็นโทนสีน่ารักและเพิ่มความสดชื่นให้บ้านได้ดี ข้อควรระวังคือควรอยู่กับเฟอร์นิเจอร์โทนสว่างด้วยกัน เช่นสีน้ำตาลของไม้ หรือสีพาสเทล ถ้าเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลักโทนโดยรวมจะออกมาให้แนววินเทจ



- สีฟ้า เขียว เข้ากันได้กับเฟอร์นิเจอร์หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์โมเดิร์น สไตล์ natural แม้แต่สไตล์มินิมอลก็ยังทำได้ โดยการใช้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป



เลือกกรอบรูปหรือภาพตกแต่งผนังที่มีสีเชื่อมโยงกับเฟอร์นิเจอร์สีคู่ตรงข้าม

จะช่วยคุมโทนให้ไม่หลากหลายเกินจนจัดวางของประดับตกแต่งอย่างอื่นลำบาก เช่น หากคุณเลือกโซฟาสีส้มและตกแต่งหมอนอิงด้วยสีฟ้าคราม ภาพตกแต่งผนังก็อาจเลือกที่มีสีเหล่านี้อยู่ด้วย



เบรกความขัดแย้งด้วยเมทัลทิคหรือสีกลาง

เราอาจไม่รู้ตัวว่าในความตรงกันข้ามก็เข้ากันได้และให้ความรู้สึกสบายด้วยการตกแต่งของประดับสีกลาง ลองหาเซรามิกน่ารักๆ สีพื้น หรือกรอบรูปสีเงิน หรือแจกันแก้วมาตกแต่ง เท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความกลมกลืนให้ความแตกต่างได้ลงตัว